โรงเรียนวัดมณีโชติ (เทียมประชานุเคราะห์)
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดมณีโชติ(เทียมประชานุเคราะห์)
วันที่ 17 กันยายน 2021 1:12 PM
โรงเรียนวัดมณีโชติ (เทียมประชานุเคราะห์)
โรงเรียนวัดมณีโชติ(เทียมประชานุเคราะห์)
หน้าหลัก » นานาสาระ » แผลในปาก จะรักษาได้ด้วยยาแบบใดและบำบัดด้วยอาหารได้หรือไม่

แผลในปาก จะรักษาได้ด้วยยาแบบใดและบำบัดด้วยอาหารได้หรือไม่

อัพเดทวันที่ 24 สิงหาคม 2021

แผลในปาก

แผลในปาก การรักษาด้วยยา มีหลายสาเหตุของการเกิดแผลในช่องปาก เนื่องจากการขาดวิตามินในร่างกาย ก็เป็นสาเหตุหนึ่งเช่นกัน ผู้ป่วยที่เป็นแผลในช่องปาก สามารถเสริมวิตามินได้อย่างเหมาะสม และรับประทานวิตามิน 1 เม็ดต่อวัน การบดเม็ดวิตามินซี และทาบริเวณที่ได้รับผลกระทบ สามารถเร่งการสมานแผลได้

ยาแผนโบราณ มีผลดีในการรักษาแผลในช่องปาก ส่วนใหญ่เป็นผง ยาตะวันตกส่วนใหญ่เป็นครีม และฟิล์มที่มีคอร์ติโคสเตียรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือปัจจัยการเจริญเติบโต เมื่อเลือกยาเฉพาะที่ หากอาการของแผลในช่องปากรุนแรง ให้ไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจ และรักษาโดยเร็วที่สุด

การปรับอาหาร เนื่องจากสังกะสีสามารถส่งเสริมการรักษาแผลในช่องปากได้ ควรรับประทานอาหารที่มีสังกะสีสูงเช่น หอยนางรม ตับสัตว์ เนื้อไม่ติดมัน ไข่ ถั่วลิสง วอลนัทเพื่อช่วยบรรเทาอาการ ควรกินผักสด ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี หรืออาหารอื่นๆ ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 มีส่วนช่วยในการรักษาแผล

การผสมผสานระหว่างงานและการพักผ่อน ควรพัฒนานิสัยการเข้านอนเร็ว การนอนดึกอาจทำให้แผลในช่องปากได้ง่าย การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้แผลในช่องปากฟื้นตัวได้เร็ว ดังนั้นควรผสมผสานการทำงาน และการพักผ่อน ความเครียดทางจิตใจที่มากเกินไป ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้เกิดแผลในช่องปาก ดังนั้น จึงจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงความเหนื่อยล้ามากเกินไป พัฒนารูปแบบชีวิตที่ดี ปรับปรุงภูมิคุ้มกันของร่างกาย ควรอยู่ห่างจากแผลในช่องปาก

ยารักษาแผลในช่องปาก สามารถใช้วิตามินอี เนื่องจากการใช้วิตามินอีด้วยเข็มสามารถบีบยาเหลวลงบน แผลในปาก ทิ้งไว้ 1 นาที แล้วรับประทานยาวันละ 4 ครั้ง ใช้หลังอาหารและก่อนนอน โดยทั่วไปจะหายใน 3 วัน น้ำยาบ้วนปากชาเข้มข้นกลั้วคอด้วยชาที่เข้มข้น เพราะชามีวิตามินหลายชนิด จึงสามารถป้องกันและรักษาอาการอักเสบต่างๆได้มีผลการรักษาเสริมบางอย่าง ในการฟื้นฟูแผลในช่องปาก

วิตามินบี 2 ให้บดวิตามินให้เป็นผงละเอียด ผสมให้ละเอียดกับน้ำมันงา ในปริมาณที่เหมาะสม จากนั้นนำมาพอกบางๆ ทาลงบนผิวของแผล 4 ถึง 6 ครั้งต่อวันมีผลดีเช่น ไม่ขม ไม่ฝาด มีกลิ่นหอม ไม่ระคายเคือง บรรเทาอาการปวด หลังจากใช้อย่างต่อเนื่อง 2 ถึง 3 วัน แผลในช่องปากสามารถรักษาให้หายขาดได้

น้ำยาบ้วนปากจากน้ำผึ้ง การใช้น้ำผึ้งในช่องปาก มีผลในการขจัดความร้อนและการล้างพิษ การใช้ภายนอก สามารถบรรเทาแผลและบรรเทาอาการปวด ช่วยส่งเสริมการสร้างเซลล์ใหม่ในการรักษาแผลในช่องปาก สามารถกลั้วคอด้วยน้ำผึ้ง 10 เปอร์เซ็นต์ หรือหลังจากล้างปากแล้ว ให้ใช้สำลีชุบน้ำผึ้ง แล้วทาบนพื้นผิวของแผล ห้ามรับประทานหลังจากถูประมาณ 15 นาที สามารถกลืนน้ำผึ้งด้วยน้ำลาย ซึ่งสามารถทำซ้ำได้หลายครั้งต่อวัน

การบำบัดด้วยอาหารสำหรับแผลในช่องปาก น้ำหัวไชเท้าและรากบัว ส่วนประกอบคือ หัวไชเท้าดิบ 2 หัวรากบัวสด 1 ส่วน วิธีทำคือ ใช้หัวไชเท้าดิบ 2 หัว ล้างส่วนของรากบัวสด บิดน้ำเพื่อขจัดสิ่งตกค้าง ล้างออกด้วยน้ำสะอาด วันละ 3 ครั้ง นาน 4 วันจึงจะเห็นผล

น้ำหัวไชเท้าน้ำผึ้ง ส่วนผสมคือ หัวไชเท้าขาว 500 กรัมน้ำผึ้ง 1 ช้อนหรือประมาณ 10 ถึง 15 มิลลิลิตร วิธีทำคือ ใส่มันเทศลงในหม้อ เติมน้ำปริมาณพอเหมาะ จากนั้นทอดและต้มจนอุณหภูมิพอดี ใส่น้ำผึ้งคนให้เข้ากัน วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีแผลในช่องปากในระยะเริ่มต้น และจะหายภายใน 1 ถึง 2 วัน

น้ำผักโขมมะเขือเทศ วิธีรับประทานคือ นำน้ำผักโขมมะเขือเทศเข้าปากครั้งละ 2 ถึง 3 นาที วันละหลายๆ ครั้ง กินอะไรหากเป็น แผลในปาก แตงโมเนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามิน แต่ไม่แนะนำให้กินมาก เพราะจะทำให้อาการของแผลในช่องปากแย่ลง แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่ประหยัดมาก อุดมไปด้วยวิตามิน เหมาะมากสำหรับการเสริมวิตามิน

ลูกแพร์อุดมไปด้วยวิตามินบี และการบริโภคเป็นประจำจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ ลูกแพร์ยังเป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ที่เหมาะกับแผลในช่องปากมากกว่า ลูกพลับยังสามารถป้องกันแผลในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าให้เลือก ควรเลือกลูกพลับ เนื่องจากเป็นคำตอบที่ดีที่สุดว่า ในการรักษาแผลในปาก เพราะลูกพลับไม่เพียงแต่มีผลดีต่อการรักษาแผลในช่องปากเท่านั้น แต่ยังมีผลบางอย่างในการป้องกันแผลในช่องปาก

สิ่งที่ต้องระวังสำหรับแผลในช่องปาก ควรกินผักและผลไม้มากขึ้น เพื่อให้อุจจาระราบรื่นและป้องกันอาการท้องผูก แผลในช่องปากก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น อาหารรสเผ็ดเป็นที่นิยมมากที่สุด ดังนั้น ต้องพยายามหลีกเลี่ยงการกินอาหารรสเผ็ดและร้อนมากเกินไป ควรหลีกเลี่ยงการทำลายเยื่อบุในช่องปาก โดยเฉพาะคนที่มีฟันหรือฟันปลอมไม่ปกติ เนื่องจากการเสียดสีของเยื่อบุในช่องปาก จึงมักเกิดแผลพุพองได้

 

 

บทควาทที่น่าสนใจ :  ทางเดิน ปัสสาวะติดเชื้อหลังการติดเชื้อส่งผลให้เกิดโรคอะไรบ้าง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
Banner 1
Banner 2
Banner 3
Banner 4