โรงเรียนวัดมณีโชติ (เทียมประชานุเคราะห์)
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดมณีโชติ(เทียมประชานุเคราะห์)
วันที่ 6 มีนาคม 2021 8:24 AM
โรงเรียนวัดมณีโชติ (เทียมประชานุเคราะห์)
โรงเรียนวัดมณีโชติ(เทียมประชานุเคราะห์)
หน้าหลัก » นานาสาระ » เมือง นิทานเรื่องเล่าที่น่าอ่านเรื่อง นิทาน เมืองต้องคำสาป

เมือง นิทานเรื่องเล่าที่น่าอ่านเรื่อง นิทาน เมืองต้องคำสาป

อัพเดทวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2021

เมือง เมืองต้องคำสาป

เมือง ภายในป่ากว้างที่ไม่มีผู้คนอยู่อาศัย และที่ตรงกลางป่ามีอาสมของท่านฤาษีอยู่หลังหนึ่ง ภายในอาสมก็มีฤาษีนามว่า วรพรตฤาษีนั่งบำเพ็ญเพียรภาวนาอยู่ฤาษีท่านนี้ ได้พำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าแห่งนี้มานานแล้ว และท่านเองก็มีลูกศิษย์อยู่คนหนึ่งที่เป็นชายหนุ่มชาวป่าซึ่งท่านได้เก็บเอามาเลี้ยงไว้ตั้งแต่เด็ก โดยในตอนนั้น ท่านฤาษียังอยู่ในวัยหนุ่ม

และได้ออกเดินทางไปยังถ้ำแห่งหนึ่งเพื่อเก็บว่านสมุนไพรที่งอกอยู่ในถ้ำแห่งนั้นแต่ในระหว่างทางท่านได้พบกับเด็กชายวัยประมาณ 8 ขวดนั่งร้องไห้อยู่ข้างศพของพ่อกับแม่ของตัวเองด้วยความสงสารท่านจึงได้นำเด็กชายคนนั้นมาเลี้ยงดูแล้วตั้งชื่อว่ากิตพร ท่านฤาษีได้เลี้ยงดูเด็กชายจนเติบใหญ่ และสั่งสอนวิชาความรู้ทุกอย่างที่ท่านมีอยู่

ให้กับชายหนุ่มทั้งหมด จนกิตพรมีอายุครบ 25 ปี วนวันหนึ่งนั้นในขณะที่กิตพรกำลังเก็บผลไม้ป่าจู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งเลือดเต็มตัวไปหมดเดินมาอย่างโซซัด โซเซ แล้วมาล้มหมดสติจากที่ ที่เขายืนอยู่ไม่ไกลมากนัก กิตพร นั้นรู้สึกแปลกใจที่เห็นเขาเดินเข้ามาในป่าแห่งนี้ เพราะเขามั่นใจว่าในป่าแถบนี้มีแค่เขา และท่านวรพรตฤาษีเท่านั้นที่อาศัยอยู่

เขายิ่งแปลกใจมากขึ้นเมื่อเห็นชายแปลกหน้าอยู่ในอาการบาดเจ็บสาหัสและการแต่ตัวนั้นดูเหมือนจะไม่ใช่ชาวบ้านทั่วไปอย่างที่เขาเคยเห็น ตอนกิตพร ออกไปนอกชายป่ากิตพรได้ยื่นนิ่งอยู่พอสมควร เมื่อรู้สึกตัวเขาก็ได้เดินเข้าไปหาชายแปลกหน้าคนนั้น แล้วได้ทำการแบกเขาขึ้นบ่าแล้วพาชายแปลกหน้าคนนั้นกลับไปยังอาสมของท่านฤาษี

วรพรตทันที เมื่อแปลกชายแปลกหน้ามาถึงที่อาสม กิตพร ได้เล่าเรื่องราวทั้วหมดให้กับท่าน ฤาษี วรพรต ได้ฟัง หลังจากนั้นทั้ง 2 เลยรอให้ชายแปลกหน้าฝืนขึ้นมาเสียก่อน และหลังจากนั้นไม่นานมากนักชายแปลกหน้าคนนั้นก็รู้สึกตัว เขาก็ได้แสดงอาการดีอกดีใจขึ้นมาเมื่อเขาฟื้นขึ้นมาแล้วมีท่านฤาษี วรพรต และกิตพรอยู่ใกล้ๆ ชายแปลกหน้า

คนนั้นเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ท่านฤาษีวรพรต และกิตพรฟัง แต่เพราะชายคนนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก็ทำให้เขาได้สิ้นใจไปเสียก่อนหลังจากที่ชายแปลกหน้าคนนั้นยังเล่าเรื่องราวออกมาได้ไม่มากนัก แต่ท่านฤาษีวรพรต และกิตพรก็พอที่จะจับใจความจากเรื่องราวที่คนแปลกหน้าได้เล่ามาแล้วเรื่องที่ชายแปลกหน้าคนนั้นขอร้องเอาไว้

คือชายแปลกหน้าคนนั้นได้ขอร้องให้ไปช่วยเมืองแห่งหนึ่งซึ่งตอนนี้กำลังตกอยู่ในอันตรายชาวบ้านก็ล้มตายแล้วหายสาปสูญกันไปไม่เว้นแต่ละวัน เมื่อกิตพร ได้ยินชื่อเมือง เมืองนั้นเขาก็ทำท่าทางมึน งง เพราะตัวเขานั้นไม่รู้จักเมืองนั้น แต่สำหรับท่านวรพรตฤาษีแล้วเมื่อได้ยินชื่อเมือง เมืองนั้นท่านก็ขมวดคิ้วขึ้นมาจนทำให้กิตพรคิดว่าท่านฤาษีวรพรตต้องรู้จักเมืองนั้นอย่างแน่นอน 

ท่านรู้จักเมืองนี้ด้วยรึขอรับ

ข้าไม่เคยไปดอกแต่ข้าเคยได้ยินชื่อ และรู้ว่าเมืองนี้อยู่ทางทิศไหน

เมือง

หลังจากที่จัดการฝังศพให้กับชายแปลกหน้าคนนั้นเรียบร้อยแล้ว ท่านวรพรตฤาษี ก็ได้สั่งให้กิจพร เตรียมตัวเพื่อออกเดินทางไปยังเมืองแห่งนั้น โดยท่านฤาษีวรพรตได้บอกว่าจะยังไรเสียก็ต้องไปดูเสียหน่อยว่าเมืองแห่งนั้นมีปัญหาอะไรแล้วพอที่จะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง ท่านวรพรตฤาษีได้ทำการมอบดาบเล่มหนึ่งให้กับกิตพรแล้วชำชับให้เขาเดินทางไป

จามเส้นทาง เส้นทางหนึ่ง หลังจากนั้นจะได้พบกับชาวบ้านคนหนึ่งที่มีม้ามากมาย ท่านฤาษีวรหรตได้บอกว่าให้แจ้งกับชาวบ้านคนนั้น ว่าตนเองนั้นเป็นลูกศิษย์ของวรพรตฤาษี แล้วเขาก็จะให้ม้า เพื่อใช้ในการออกเดินทางต่อไป แล้วให้กิตพรสอบถามถึงเส้นทางที่จะไปยังเมือง เมืองนั้นจากชาวบ้านเจ้าของม้าอีกครั้งเพื่อจะได้แน่ใจ และมั่นใจในเส้นทางที่จะเดินทางไป กิตพร ได้รับฟังทุกอย่างที่ท่านฤาษวรพรตสั่ง และได้เตรียมตัวสำหรับการออกเดินทาง เขาได้ทำการกราบลา ท่านวรพรตฤาษี และท่านฤาษีวรพรตก็ได้อวยพรให้กับเขา 

จงไปดีมาดี แล้วเจ้าจงจดจำคำที่ข้าบอกเอาไว้ให้ดี แล้วเจ้าจะปลอดภัย ผ่านพ้นจากอันตรายในทุกอย่างที่จะเข้ามา

กิตพรกราบลาท่านฤาษรวรพรต และได้ออกเดินทางไปในทันที เขาเดินดันด้นพยายามเดินฝ่าป่าเขาจนเวลาผ่านไปถึง  4 วันก็ได้พบเจอกับชาวบ้านที่ได้เลี้ยงมาไว้หลายตัว ตามคำที่ท่านวรพรตฤาษีได้บอกเอาไว้ เมื่อเขาได้แจ้งเรื่องราวให้กับชาวบ้านเลี้ยงม้าคนนั้นได้ทราบตามที่ท่านฤาษีวรพรตนั้นได้สั่งมาแล้ว ชาวบ้านคนนั้นก็เร่งรีบจัดเตรียมม้า

และยังจัดเสบียงอาหารเตรียมให้ กิตพร อีกด้วย หลังจากที่กิตพร ได้สอบถามเส้นทางจากชาวบ้านเลี้ยงม้าจนได้ทราบเส้นทางชัดแจ้งแล้ว กิตพรก็ได้ไหว้ลาชาวบ้านคนนั้นแล้วก็ได้ควบม้าออกไป ตามทิศทางที่ชาวบ้านคนนั้นได้บอกกับเขา จนกระทั่งเวลาผ่านไปได้ 10 กว่าวัน เขาก็ได้เจอป่าแห่งหนึ่งซึ่งเป็นป่าที่ลึกลับแถมยังมีอันตรายอยู่รอบด้าน

กิตพรต้องต่อสู้ทั้งโจรป่าที่ค่อยดักปล้น และฆ่าผู้คนที่เดินทางผ่านป่านนั้น รวมทั้งวิญาณร้ายในป่าแห่งนั้น แต่กิตพร ก็ได้รอดพ้นจากสิ่งเหล่านั้นมาได้ทุกอย่าง เพราะวิชาที่ได้ร่ำเรียนจากท่านฤาษีวรพรตนั้นมีมากมายหลายอย่าง และแต่ละอย่างก็ทำให้เขารอดปลอดภัยเดินทางต่อไปได้ทุกครั้ง กิตพรใช้เวลาเดินทางอยู่ 20 วัน และในคอนเช้าของวันที่ 21 เ

ขาได้หลุดออกมาจากเขตแดนของป่าทึบ และได้เข้าสู่เขตแดนของเมือง เมืองหนึ่ง ซึ่งเมืองนั้นดูแห้งแล้งกันดาล และเต็มไปด้วยนกหลากหลายชนิด โดยเฉพาะนกแร้งที่ได้บินอยู่เต็มฟากฟ้าของเมืองแห่งนั้น ชายหนุ่มกิตพรได้แต่แปลกใจกับสภาพของเมือง ที่แม้จะเป็นเมืองที่มีความใหญ่โตแต่ไม่เห็นคนสัญจรผ่านไปมาเลย เขาขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ และบังคับม้าให้เดินเข้าไปภายในเมืองแห่งนั้น เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปโปรดติดตามได้ในตอนต่อไป 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม > สามก๊ก

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
Banner 1
Banner 2
Banner 3
Banner 4