โรงเรียนวัดมณีโชติ (เทียมประชานุเคราะห์)
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดมณีโชติ(เทียมประชานุเคราะห์)
วันที่ 27 มกราคม 2022 2:46 AM
โรงเรียนวัดมณีโชติ (เทียมประชานุเคราะห์)
โรงเรียนวัดมณีโชติ(เทียมประชานุเคราะห์)
หน้าหลัก » นานาสาระ » ผีกะ ตำนานเรื่องผีสุดสยองจากเหล่าญาติผู้ใหญ่

ผีกะ ตำนานเรื่องผีสุดสยองจากเหล่าญาติผู้ใหญ่

อัพเดทวันที่ 15 ธันวาคม 2020

ผีกะ ตำนานเรื่องผีสุดสยองจากเหล่าญาติผู้ใหญ่

ผีกะ เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าที่ได้ยินมานานแล้ว จากญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งที่อยู่บ้านนอก ตั้งใจว่าจะเล่าให้ฟังนานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสก็ต้องผลัดเรื่อยมา วันนี้พอหาเวลาได้ก็ต้องเล่าเสียหน่อย แต่ใครจะเชื้อหรือไม่ก็เป็นสิทธิของแต่ละคน เรื่องมีอยู่ว่า

บ้านเรามีเรื่องของความเชื้ออยู่แยะมาก โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับผีสางนางไม้ แต่สำหรับวันนี้จะมาเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับ “ผีกะ” ซึ่งมีลักษณะคล้าย ๆ กับผีปอบ ไม่เหมือนกันอยู่หน่อยตรงที่ผีกะนั้นน่าจะเป็นผีบรรพบุรุษ หรือผีที่บรรพบุรุษเลี้ยงไว้เพื่อให้ปกป้องคุ้มครองลูกหลาน แต่ต่อมาได้รับการปล่อยปะละเลยผีกะก็ไม่พอใจ

หันกลับมากินลูกกินหลานเสียเอง ผีกะมีอำนาจและอิทธิฤทธิ์มากสักหน่อยที่สามารถแปลงกายหรือปลอมตัวได้ โดยแปลงเป็นสัตว์ต่าง ๆ นานา แต่ผีกะก็มีจุดอ่อนที่ชาวบ้านจะจับผิดได้ไม่ยาก จากลักษณะของหน้าตาเนื่องจากในเวลากลางวันก็ดูธรรมดา แต่พอตกกลางคืนก็จะเปลี่ยนไปเป็นหนุ่มสาวที่หล่อเหลาสะสวยขึ้นมาทันที

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนคนทั่วไปได้แก่คนที่เป็นผีกะนั้นจะชอบเลี้ยงลิง โดยเฉพาะลิงวอกตัวเล็ก ๆ โดยเลี้ยงไว้ให้มันนั่งอยู่บนบ่า ไปไหนก็จะเอาไปด้วยเสมอ เจ้าลิงวอกก็ดูเหมือนว่าจะเป็นลิงแสนรู้เพราะจะช่วยเลียหน้าเลียตาเหมือนเป็นการตบแต่งหน้าตาให้เจ้าของดูดีอยู่ตลอดเวลา

ป้าอ้อ เป็นคนเลี้ยงผีกะ แกมีผัวชื่อลุงพุฒไม่ทราบว่าเมียของตนเป็นผีกะ เพราะมีการแสดงออกที่ไม่เหมือนใคร แต่ก็ต้องนิ่งเฉยไว้เพราะเกรงว่าเรื่องจะไปกันใหญ่ คืนนั้นป้าอ้อมีอาการไม่ดีนอนไม่หลับเพ้ออยู่ตลอดเวลาจนเช้า ลุงพุฒไม่รู้จะช่วยได้อย่างไรก็เลยนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปเล่าให้แม่ตัวเองฟัง ยายช่วยแม่ของลุงพุฒเป็นคนที่ไม่เลื่อมใส

ในศาสนาใด ๆ เนื่องจากต้นตระกูลของแกเป็นมาอย่างนั้น แกมีวิธีจับผีของแกด้วยการพิสูจน์ความจริงโดยให้ลุงพุฒนำแป้งฝุ่นไปโรยบริเวณที่ป้าอ้อเดิน หลังจากนั้นเมือป้าอ้อเดินก็มีรอยเท้าเกิดขึ้น แต่มันไม่น่าจะใช่รอยเท้าของป้าอ้อเพราะมันเป็นรอยที่ใหญ่กว่าเท้าจริงของแกมากทีเดียว ป้าอ้อหันหลังกลับมาเห็นเข้าก็ตกใจทรุดฮวบลง

กับพื้น พร้อมร้องออกมาดัง ๆ ว่า “มันจะมาเอาชีวิตกู” ทำให้ลุงพุฒไม่สบายใจ และเป็นกังกลมาก จึงพาป้าอ้อไปหา หลวงพ่อ ที่วัด แต่ก็ไม่อาจช่วยอะไรได้มากนัก ผีกะก็ยังไม่ยอมออกไปไหน ยังคงสิงร่างป้าอ้ออยู่เหมือนเดิม ผีกะขณะเข้าสิงร่างป้าอ้อก็มีการอ้างเรื่องเก่าในอดีตว่า แท้จริงแล้วป้าอ้อนี้เมื่อชาติปางก่อนเคยเป็นเมียของมัน

ผีกะ

มันตามหามานานแล้วเพิ่มเจอ เมื่อเจอแล้วก็ต้องเอากลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ป้าอ้อเริ่มแสดงออกด้วยการร้อยไห้เป็นวักเป็นเวร ลลับกับการกรีดร้องด้วยเสียงดังโหนหวนแสบแก้วหู แล้วล้มลุกคลุกคลายไปตามพื้น มีอาการตีอกชกหัวไปตามเรื่อง ลุงพุฒก็เกรงว่าเมียของแกจะได้รับบาดเจ็บไปมากกว่านี้จึงจับมัดไว้กับเสาเรือน

หลวงพ่อก็บริกรรมคาถาเพื่อช่วยอยู่ตลอดเวลา พร้อมกันทำนำมนต์มาประพรหม แต่ก็ยังไม่เห็นผล เหมือนกับยิ่งยุให้ผีกะกำเริบมากขึ้นไปอีก จากที่ไม่แสดงออกอะไรมากมายกลายเป็นอาการเกรี้ยวกราดขึ้นมาอีก มีการพูดจาเย้ยหยันในการทำพิธีของพระสงฆ์ว่าเป็นการกระทำที่คร่ำคลึล่าหลัง พร้อมกับตะโกนออกมาเสียงดังว่า “กูไม่กลับมึง

ไอ้พระกระจอก ไม่มีปัญญามาทำอะไรกูได้” ทำให้หลวงพ่อสุดจะทน ท่านก็แนะนำให้ไปนิมนต์พระที่มีวิชาที่แก่กล้ากว่าท่านให้มาจัดการ ลุงพุฒก็เลยต้องนำร่างป้าอ้อที่กำลังดิ้นทุรนทุรายดั่นด้นไปตามคำชี้แนะของหลวงพ่อ ส่วนทางด้านเจ้าผีกะก็ยิ่งได้ใจ หัวเราะเย้ยหยันอย่างเต็มที่ตามหลังมาก สักครู่ผีกะก็ออกจากร่างป้าอ้อ

แต่ยังไม่ไปไหนยังวน ๆ เวียนอยู่ใกล้ ๆ นั่นเอง ทำให้ลุงพุฒคิดว่าถ้าอาศัยทางธรรมปราบไม่สำเร็จ ต้องลองอาศัยทางอื่นดูบ้าง แกนึกถึงหมดผีที่ทรงคุณวุฒทางวิชาอาคมได้คนหนึ่ง จึงได้เดินทางไปพบในเช้าวันรุ่งขึ้น การไปพบหมอผีต้องเดินทางไปอีกอำเภอหนึ่งซึ่งอยู่ไกลออกไปหน่อย ตลอดทางป้าอ้อก็ไม่ได้หยุดพูดเพราะ

แกบ่นอะไรไปตลอดทาง ที่แปลกกว่าที่เคยเห็นก็คือร่างกายของป้าอ้อนั้นบัดนี้ซูบผอมลงถนัดตาจากที่เคยเห็นว่าอวบอิ่มเมื่อวาน ทำไมถึงได้เปลี่ยนแปลไปรวดเร็วเช่นนี้ยิ่งเวลาผ่านไปป้าอ้อก็ยิ่งมีอาการน่าเป็นห่วง เอมาถึงบ้านของหมอผี ซึ่งจะมีสิ่งของที่เป็นของขลังต่าง ๆ อยู่มากมายก่อนที่จะทำพิธีของขลังเหล่านั้นก็ออกฤทธิ์

ให้เห็นเป็นการใหญ่ ทั้งนี้ก็เพื่อแสดงความเก่ากล้าของผู้เป็นเจ้านาย มีการเข้าทำร้ายผีกะในร่างของป้าอ้อด้วยวิธีต่าง ๆ ป้าอ้อไม่สะทกสะท้านแต่ยังไม่โต้ตอบอะไรออกมา ยังเงียงอยู่เหมือนรอดูท่าทีของหมดผีก่อน แต่แล้วก็เริ่มท้าทายหมอผีด้วยการกระโจนเข้าใส่เพื่อหมายทำร้ายให้ถึงที่สุด เมื่อยกแรกผ่านไปหมอผีก็เกือบไปไม่รอด

ต้องยกธงขาว ให้ไปพึ่งหมอผีที่มีอาคมกล้าแข็งกว่า แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สำเร็จ ลุงพุฒจึงพูดขึ้นลอย ๆ ว่า “สมัยที่มึงยังมีชีวิต คงมีวิชาอาคมเก่งกล้ามากซินะ แม้ตายแล้วก็ยังเก่งอยู่” เท่านั้นเองเจ้าผีกะคิดว่าลุงพุฒยกย่องสรรเสริญมัน ก็เลยแสดงออกด้วยอาการดีอกดีใจจนออกนอกหน้า บอกว่าเอ็งก็รู้ดีอยู่แล้วมาต่อต้านกูทำไม

ยอมยกนางอ้อให้กูเสียดี ๆ ก็หมดเรื่อง ลุงพุฒไม่ว่าอะไรเพราะรู้ว่าตัวเองคงไม่มีปัญญาที่จะต่อสู้กับผีกะได้ ก็เลยต้องพาป้าอ้อและผีกะที่สิงอยู่กลับบ้านอีกครั้งหนึ่ง แม่ของลุงพุฒคนนอกศาสนา เป็นห่วงลูกชายและลูกสะใภ้ พอเห็นว่ากลับมาก็เลยพาไปที่จอมปลวกหวังจะแก้ปัญหาให้หมด ๆ ไป พอไปถึงจอมปลวกใหญ่ก็ให้

ลูกสะใภ้ของแกนั่งลง แล้วขุดเอาดินจอมปลวกมาแช่น้ำละลายให้ดีรอจนใสสะอาดแล้วนำมาให้ป้าอ้อดื่ม ป้าอ้อหลงกลดื่มเข้าไปอึกใหญ่เหมือนกระหายมาก ทุกคนเอาใจช่วยหวังว่าเมื่อทางโลก และทางธรรมก็ช่วยไม่ได้ ลองเอาทางสายดำดูบ้างน่าจะได้ผล แม่ของลุงพุฒเดินมาข้างหลังป้าอ้อที่มีผีกะสิงอยู่ แล้วอยู่ ๆ

ไม่มีใครคาดคิดแกถลกผ้าถุงของแกคลอบหัวป้าอ้อที่ผีกะสิงอยู่ทันที เพียงเท่านั้นเสียงป้าอ้อร้องโอดโอยอย่างน่าสงสาร แล้วล้มลงนอนดิ้นพลาดอาเจียนออกมาเป็นเลือดก้อนโต เหม็นคลุ้งไปหมด สักครู่แกก็ลุกขึ้นนั้นดูท่าทางเป็นปกติ มีอาการเหมือนคนทั่วไปแสดงว่าผีกะมันน่าจะไปแล้ว มันแพ้ทางกันตรงนี้เอง ตามคำโบราณที่ว่าคนที่มีของนั้นจะแพ้และต้องมีของมาแก้กันดังที่เห็นอยู่นี่ ป้าอ้อหายเป็นปกติสาบานว่าต่อจะไม่เล่นพิเรนอย่างนี้อีกเด็ดขาด…..

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
Banner 1
Banner 2
Banner 3
Banner 4