โรงเรียนวัดมณีโชติ (เทียมประชานุเคราะห์)
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดมณีโชติ(เทียมประชานุเคราะห์)
วันที่ 27 มกราคม 2022 2:34 AM
โรงเรียนวัดมณีโชติ (เทียมประชานุเคราะห์)
โรงเรียนวัดมณีโชติ(เทียมประชานุเคราะห์)
หน้าหลัก » นานาสาระ » ความกตัญญู เป็นเครื่องหมายของคำว่าคนดีจริงหรือไม่

ความกตัญญู เป็นเครื่องหมายของคำว่าคนดีจริงหรือไม่

อัพเดทวันที่ 18 พฤศจิกายน 2020

ความกตัญญู คือเครื่องหมายของคนดี

ความกตัญญู จังหวัดแพร่นั้นเป็นจังหวัดเล็กๆในภาคเหนือ ไม่สู้จะมีชื่อเสียงมากนักแต่ก็มีความสงบร่มเย็นดีเพราะว่ามีพื้นที่ส่วนมากเป็นภูเขาแล้วก็ป่าไม้ตัวจังหวัดก็ตั้งอยู่บนที่ราบท่ามกลางขุนเขาล้อมรอบดังนั้นพื้นที่ในตัวจังหวัดจึงมีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายๆก้นกระทะ โดยทั่วๆไปแล้วประชาชนทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการเกษตรกรรม

เป็นส่วนมากอาชีพที่ทำเช่นปลูกข้าวข้าวโพดยาสูบแล้วก็ตอนนี้ที่ทำชื่อเสียงให้กับที่นี่กว่าก็คือส้มเขียวหวาน ซึ่งมีรสชาติผิดแผกแตกต่างกับส้มเขียวหวานของที่อื่น ส่วนอาชีพอื่นก็มีแต่ว่าเป็นส่วนน้อยเช่นการทำเฟอร์นิเจอร์ ทำประมง และที่สำคัญก็คือป่าไม้ซึ่งตอนนี้จังหวัดแพร่ได้ชื่อว่ามีไม้สักทองอันเป็นไม้ที่มีราคาสูง

ที่สุดในบรรดาไม้ทั้งหลายมากที่สุดจังหวัดหนึ่งเลยทีเดียว สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอันเป็นที่เชิดหน้าชูตาของตัวจังหวัดก็คือพระธาตุช่อแฮ ทุกๆปีจะมีงานสมโภชกันอย่างมโหฬารแล้วก็นักท่องเที่ยวแทบจะทุกคนต้องรู้จักแพะเมืองผีเพราะว่าขึ้นชื่อลือชามา เมื่อ 10 ปีที่แล้วแม้แต่ฝรั่งต่างชาติก็ยังรู้จักและอีกครั้งนึงที่เปิดเป็น

วนอุทยานแห่งใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมก็คือหัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่เกิ๋งซึ่งมีความสวยสดงดงามไม่น้อยหน้าน้ำตกในที่อื่นๆทีเดียวอำเภอลองในเป็น 1 ใน 7 อำเภอของจังหวัดแพร่คุณประกอบเกิดที่อำเภอนี้มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน พี่ชายคนนึง พี่สาว 3 คนประกอบเป็นคนสุดท้องซึ่งในจำนวนพี่น้องทั้งหมดนี้ก็มีอยู่คนนึง

ที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่ทำให้เล่าเรื่องนี้ให้ฟังคือพี่สาวคนที่มีชื่อว่า ถนอมศรี ครอบครัวคุณประกอบในอดีตเมื่อ 15-16 ปีล่วงไปแล้วนั้นเป็นครอบครัวที่ยากจนมากๆครอบครัวหนึ่ง คุณพ่อมีอาชีพทำนาแล้วก็ทำป่าไม้เนื่องจากคุณปู่มีช้างอยู่หลายเชือกด้วยกันดังนั้นเมื่อคุณพ่อว่างเว้นจากการทำนาก็จะเอาช้างไปรับ

จ้างลากไม้ที่ในป่าถ้าหากในสมัยนั้นคุณพ่อมีความโลภโมโทสันเหมือนกับคนอื่นเขาแล้วก็ครอบครัวของคุณประกอบก็คงจะมีการกินอยู่ในขั้นที่ดีทีเดียว ก็เนื่องด้วยในตอนนั้นไม้เบญจพรรณแทบจะทุกชนิดมีหนาแน่นเต็มไปหมด ขนเท่าไหร่ก็ขนไม่หมดขนาด 2 3 คนโอบนะมีมากมายจริงๆ แต่ว่าคุณพ่อของคุณประกอบนี้

ไม่ใช่บุคคลที่มีความโลภอยู่ในหัวใจชนิดมองไม่เห็นกฎหมายบ้านเมืองเหมือนกับคนอื่นดังนั้นครอบครัวคุณประกอบก็เลยมีแต่ความเป็นอยู่อย่างแรงแค้นส่วนคุณแม่ท่านก็หาได้นิ่งดูดายคอยแต่จะแบมือรับเงินจากสามีเพียงอย่างเดียวไม่ทุกๆเช้ามืดเวลา 3:00 น 4:00 น ท่านจะต้องรีบตื่นเพื่อที่จะไปรอซื้อเหมาซื้อของจากพวกบ้านป่า

ที่จะเอาของป่ามาขายในตัวตลาดซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องแย่งกันกับพ่อค้าแม่ค้าคนอื่นๆถ้าหากว่าช้ากว่านี้วันนั้นก็แทบจะไม่ได้อะไรเลย และการไปนั่งรออยู่ตรงนั้นจะต้องรอตรงปากทางกลางป่าเปลี่ยวซึ่งอ้างว้างไร้เพื่อนคุย คิดดูแต่ว่ามันน่ากลัวขนาดไหน 8-9 ขวบ เด็กอายุขนาดนั้นต้องตื่นแต่เช้ามืดดึกๆดื่นๆมันทรมานขนาดไหน

ยิ่งตอนหน้าหนาวด้วยแล้วก็อากาศมันหนาวเย็นจับจิตจับใจหมอกลงขาวเต็มไปหมดแม้แต่ผู้ใหญ่บางคนยังไม่อยากจะลุกออกจากผ้าห่ม แต่ด้วยความรักและสงสารแม่ที่จะต้องไปอยู่คนเดียวในป่าเปลี่ยวพี่ตุ่นก็เลยจำเป็นจะต้องลุกจากที่นอนอันแสนจะอบอุ่นเพื่อจะไปเป็นเพื่อนแม่ถึงแม้จะคุ้มภัยอะไรไม่ได้เลยในทางร่างกายภายนอก

แต่ในแง่ของจิตใจภายในก็คงจะทำให้แม่อบอุ่นขึ้นบ้างบางครั้งแม่ก็สงสารจะห้ามพี่ตุ่นไม่ให้ไปด้วยแต่พี่ตุ่นก็ดื้อดึง นานๆเหมือนแม่ไม่ยอมหนักๆเข้าเขาจะร้องไห้ จนในที่สุดแม่ก็ต้องยอมพาไปเหตุการณ์ทั้งหลายเหล่านี้ดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งพ่อคุณประกอบเกิดล้มเจ็บลงอย่างหนักต้องเข้าไปนอนพักรักษาตัวอยู่

ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดเป็นเวลานาน พี่ๆน้องๆ ขาดโรงเรียนไปนอนเฝ้าดูแลพ่อ ลูกของพ่อนั้น คนดีเป็นอย่างไร เป็นโรคที่แปลกประหลาดมากกล่าวคือท้องจะบวมเป่งเคาะหรือว่าใช้นิ้วดีดดูจะดังคล้ายๆเสียงกลองเลยหมอบอกว่าจะต้องผ่าตัดแต่พอผ่านแล้วท้องที่บวมพองอยู่นั้นก็ยุบลง เพราะหมอทำการเย็บแผลเสร็จเรียบร้อยออกจากห้อง

ความกตัญญู

ผ่าตัดมาที่เตียงท้องมันก็ค่อยๆบวมพองจนเป็นเหมือนเดิมอีก ทำแบบนี้อยู่ 2-3 ครั้งก็เป็นเหมือนเดิมจนสุดปัญญาของหมอที่จะทำการเยียวยารักษาได้ เพราะว่าวัดไข้ก็ไม่มีค่าสายก็ไม่มีโรคพ่อของคุณประกอบต้องทนทุกข์ทรมานเพราะโรคแปลกประหลาดนี้นานพอดูทีเดียวยิ่งตอนผ่าตัดเสร็จใหม่ๆหมอเขาห้ามรับประทานอาหาร

ทุกชนิดรวมทั้งน้ำด้วยริมฝีปากของพ่อนี่แห้งผากน้ำลายแทบจะเป็นผงประกาศน้ำหมอบอกว่าให้ได้แต่น้ำเกลือเท่านั้น แต่บางครั้งเพราะทนหิวน้ำไม่ไหวก็จะร้องขอน้ำดื่มจากพี่ตุ่น เธอก็ต้องร้องไห้เพราะความสงสารก็ได้แต่บอกกับพ่อไม่ได้หรอกพ่อ หมอเขาห้ามดื่มน้ำเด็ดขาดก็เมื่อได้ยินอย่างนั้นก็จะมองพี่ตุ่นด้วยสายตาละห้อยแล้ว

ก็พูดบอกว่าลูกจะฆ่าพ่อเหรอ พี่ตุ่นก็ไม่รู้จะทำยังไงก็ได้แต่ร้องไห้แล้วก็เอาผ้าชุบน้ำเย็นไปเช็ดริมฝีปาก รวมทั้งบริเวณที่ใบหน้าด้วยซึ่งทุกครั้งพ่อก็จะพูดว่าเออค่อยยังชั่วหน่อยแบบนี้พ่อคงอยู่กับลูกไปได้อีกนานพี่ตุ่นก็จะยิ้มทั้งน้ำตากับคำพูดคำนั้นถ้าสิ่งทั้งหลายมันไม่เที่ยงแท้แน่นอน วันนั้นเป็นวันที่ 23 เดือนมีนาคมปีพุทธศักราช 2519

หลังจากที่แม่ได้ตัดสินใจนำพ่อออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านตามคำอ้อนวอนร้องขอของพ่อเองซึ่งคุณประกอบเพราะคิดว่าท่านคงจะรู้ตัวอาจจะเป็นลางสังหรณ์น้องท่านก็ได้เพราะว่าพอๆกลับถึงบ้านลุงนอนได้ไม่ถึง 5 นาทีท่านก็สิ้นใจไปด้วยความสงบปราศจากอาการทุรนทุรายแม่และพี่ตุ่นก็ร้องไห้คร่ำครวญด้วยความอาลัยรัก

จนเป็นลมไปด้วยกันตัวคุณประกอบเวลานั้นมีอายุเพียง 10 ขวบยังเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 4 ก็แอบไปร้องไห้อยู่คนเดียวเพราะว่าพ่อสอนไว้ว่าเกิดเป็นลูกผู้ชายอย่าเสียน้ำตาให้ใครเห็นพี่ชายคนโตตอนนั้นก็โดนเกณฑ์ไปเป็นทหารที่สาวอีก 2 คนยังคงทำงานอยู่ในกรุงเทพฯดังนั้นภาระต่างๆในขณะนั้นจึงจำเป็นจะต้องพึ่งพาเพื่อนบ้าน

ใกล้เรือนเคียงช่วยจัดการให้ความสงเคราะห์พร้อมแม่ซึ่งเป็นหัวเรือสำคัญไม่อยู่ในสถานะที่จะคิดจัดการอะไรได้สำหรับเรื่องนี้คุณประกอบขอกราบลงแทบเท้าเพื่อกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ได้อุปการะในครั้งนั้นในโอกาสนี้ที่ได้ช่วยให้งานศพของพ่อของคุณประกอบเนี่ยลุล่วงผ่านไปด้วยดีขอให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้นจงได้รับรู้ไว้

เถอะว่าคุณประกอบยังคงระลึกถึงพระคุณของท่านทั้งหลายอยู่เสมอด้วยใจอันเขารักยิ่งห่างแม่มีโอกาสทดแทนพระคุณเมื่อไหร่ก็จะรีบทำโดยทันทีหลังจากที่พ่อคุณประกอบเสียชีวิตและได้ทำการฌาปนกิจศพเรียบร้อยแล้วครอบครัวของคุณประกอบที่แย่อยู่แต่เดิมก็ยิ่งแย่หนักลงไปอีกเงินทองจะเก็บหอมรอมริบไว้แม่ก็นำเอามาใช้จ่ายเป็น

ค่ายาและค่าทำศพจนหมดดีอยู่หน่อยที่ไม่ต้องตกเป็นหนี้สินใครถ้าไม่อย่างนั้นก็คงจะเข้ากับตำราคำพังเพยที่ว่าคนตายขายคนเป็นจะถึงแม้ไม่ตกเป็นหนี้ใครเงินที่เหลือเก็บเอาไว้จับจ่ายใช้สอยเป็นค่าอาหารและค่าใช้จ่ายอื่นๆก็เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเลยมีหนักที่สุดก็คือเรื่องบ้านซึ่งสร้างใหม่ยังคงสร้างไว้แค่เพียงครึ่งเดียว

ยังไม่แล้วเสร็จภาระทั้งหลายเหล่านี้ประดังกันเข้ามาจนแม่แทบจะรับเอาภาระเหล่านี้ไว้ไม่ไหวดีแต่ว่าคุณแม่เป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งหนักเอาเบาสู้ขวัญขวายหาเงินมาจุนเจือไม่ได้ขาดด้วยทั้งนี้ก็มีพิษต้นเนี่ยเป็นผู้ดีกว่าช่วยเหลือทุกอย่างที่จะช่วยผ่อนภาระของแม่ให้เบาลงได้ซึ่งตอนนั้นก็มีอายุเพียง 13 14 ปี

โตพอที่จะแบ่งเบาภาระได้หลายทางแล้ว ไม่สบายใจก็ได้พี่ตุ่นเนี่ยคอยปลอบให้กำลังใจขนขวายหาซื้อยามาให้ทานหากเป็นหนักก็ต้องเป็นเพื่อนพาไปหาหมอแต่ก็นานๆทีเพราะปกติแม่มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงไม่ค่อยจะเจ็บป่วยถึงกับต้องล้มหมอนนอนเสื่อ

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
Banner 1
Banner 2
Banner 3
Banner 4